เวลาแห่งการทำความดี
ปฏิทินแห่งธรรม
ธันวาคม 2021
อา. จ. อ. พ. พฤ. ศ. ส.
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031  
10 อันดับล่าสุด

การทำบุญให้ทานที่ให้ผลมากอานิสงส์มาก

พุทธเจ้า

         การทำบุญ การให้ทาน ที่ให้ผลมากอานิสงส์มาก ต้องเริ่มด้วยศรัทธา ศรัทธาเป็นทรัพย์ คือทรัพย์ภายใน ทานที่ให้ด้วยความศรัทธามาก ก็จะมีผลมากอานิสงส์มาก เพิ่มเป็นเท่าทวีคูณ ในสมัยพุทธกาล มีผู้ให้ทานด้วยศรัทธามากมาย หลายๆท่าน ที่อยู่ในพระสูตร ดังเช่น ทานของของมหาเสนพราหมณ์ผู้ยากจนในกรุงราชคฤห์

 พระศาสดา เมื่อประทับอยู่ในพระเชตวัน ทรงปรารภพระติสสเถระผู้มีปกติอยู่ในป่า ตรัสพระธรรมเทศนานี้ว่า “อญฺญา หิ ลาภูปนิสา” เป็นต้น. เทศนาตั้งขึ้นแล้วในกรุงราชคฤห์.

มหาเสนพราหมณ์ เป็นคนยากจนอาศัยอยู่ในกรุงราชคฤห์ เขาเป็นสหายของวังคันตพราหมณ์บิดาของพระสารีบุตร พระสารีบุตรจึงมักบิณฑบาตไปที่หน้าเรือนเพื่อจะสงเคราะห์เขาบ่อยๆ มหาเสนพราหมณ์เป็นคนมีศรัทธาแต่ไม่มีทรัพย์หรือเครื่องไทยธรรมใดๆ เลย เขาจึงต้องคอยแอบอยู่ในเรือน ตั้งใจว่าวันหน้าถ้ามีเครื่องไทยธรรมดีๆ จึงจะถวายพระเถระ

ต่อมาวันหนึ่ง มหาเสนพราหมณ์ไปในที่บอกลัทธิของพวกพราหมณ์ ได้ข้าวปายาสกลับมาเต็มถาดกับผ้าสาฎกเนื้อหยาบอีกผืนหนึ่ง เมื่อถึงเรือนก็ระลึกถึงพระสารีบุตรว่าเราต้องการถวายไทยธรรมนี้แก่พระเถระ

ในขณะนั้น พระสารีบุตรออกจากฌานสมาบัติ เห็นว่าพราหมณ์ได้ไทยธรรมแล้วและมีศรัทธาจะถวายทาน ท่านจึงห่มผ้าและถือบาตรมายืนอยู่หน้าประตูเรือน

มหาเสนพราหมณ์ เห็นพระเถระมา ปีติและศรัทธาก็เพิ่มทวีคูณ นิมนต์พระสารีบุตรให้เข้ามานั่งในเรือนแล้วนำข้าวปายาสมาถวาย พระสารีบุตรรับข้าวปายาสเพียงครึ่งหนึ่งก็เอามือปิดบาตร มหาเสนพราหมณ์กล่าวว่า “ท่านผู้เจริญ ข้าวปายาสนี้ปริมาณเพียงพอสำหรับคนๆ เดียวเท่านั้น ข้าพเจ้าขอถวายทั้งหมด ขอท่านจงรับเพื่อสงเคราะห์ข้าพเจ้าในปรโลกด้วยเถิด”

พระสารีบุตรจึงรับข้าวปายาสนั้นทั้งหมดแล้วฉันอยู่ในเรือนนั้น เมื่อฉันเสร็จแล้ว มหาเสนพราหมณ์ได้นำผ้าสาฎกมาถวายพร้อมกล่าวว่า “ท่านผู้เจริญ ธรรมใดที่ท่านบรรลุแล้ว ข้าพเจ้าขอบรรลุธรรมนั้นเหมือนกัน” พระสารีบุตรรับผ้าสาฎก กล่าวคำอนุโมทนาแล้วกลับไป

หลัง จากถวายทานแล้ว มหาเสนพราหมณ์ก็ร่าเริงอิ่มเอมกับทานที่ตนเองได้ทำในยามตกยาก ต่อมาไม่นานมหาเสนพราหมณ์ก็ทำกาละไปเกิดในกรุงสาวัตถี ในตระกูลมีทรัพย์ที่อุปัฏฐากพระสารีบุตรเถระ ได้ชื่อว่า ติสสะ

ด้วย ผลบุญจากการถวายทานด้วยความศรัทธาในชาติก่อน ทำให้ติสสะกุมารเป็นผู้มีลาภผลมาก ญาติและบิดามารดาได้จัดถวายทานภิกษุ ๕๐๐ รูป มีพระสารีบุตรเป็นประธานอยู่เนืองๆ ตั้งแต่อยู่ในครรภ์ วันเกิด วันเจาะหู นุ่งผ้าใหม่ หรือวันโกนจุก จนเมื่ออายุ ๗ ขวบ ติสสะกุมารจึงได้บวชเป็นสามเณรในสำนักของพระสารีบุตร

เมื่อบวชแล้ว สามเณรติสสะก็ยังเป็นผู้มีลาภมากเหมือนเดิม บวชแล้วออกบิณฑบาตเพียง ๒ วันแรก ก็มีคนถวายผ้าสาฎกให้จำนวนมากถึงพันผืน

วันหนึ่งในฤดูหนาว สามเณรติสสะจาริกไปวิหารแห่งหนึ่ง เห็นภิกษุผิงไฟอยู่เพราะความหนาว สามเณรบอกว่าพวกท่านควรจะห่มผ้ากัมพลกันหนาว ภิกษุเหล่านั้นกล่าวว่า สามเณรมีบุญมากจึงมีผ้ากัมพล ส่วนพวกเราจะมีผ้ากัมพลจากที่ไหน สามเณรติสสะจึงชวนภิกษุเหล่านั้นประมาณพันรูปบ่ายหน้าเข้าสู่นครสาวัตถี

ด้วยผลบุญของสามเณร คนนอกพระนครได้ถวายผ้ากัมพล ๕๐๐ ผืน และคนในพระนครถวายอีก ๕๐๐ ผืน ภิกษุเหล่านั้นจึงได้ผ้ากัมพลครบพันผืนภายในวันเดียวนั้นเอง

การที่ลาภผลของติสสะสามเณรมีมาก เป็นเพราะผลจากการถวายทานเพียงนิดหน่อย แต่เต็มเปี่ยมไปด้วยความศรัทธา ต่อมาภายหลังผลบุญนั้นได้มีอานิสงส์อันยิ่งใหญ่ยิ่งกว่าได้สวรรค์สมบัติหรือ พรหมสมบัติ เพราะสามเณรได้โลกุตรสมบัติ คือ บรรลุอรหัตผลได้อย่างรวดเร็วเพียงได้รับกรรมฐานจากพระศาสดา

 

ที่มา : อรรถกถา ขุททกนิกาย คาถาธรรมบท พาลวรรคที่ ๕