ธันวาคม 2014
อา พฤ
« พ.ย.    
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031  

ข่าวประชาสัมพันธ์

การทำบุญให้ทานที่ให้ผลมากอานิสงส์มาก

พุทธเจ้า

         การทำบุญ การให้ทาน ที่ให้ผลมากอานิสงส์มาก ต้องเริ่มด้วยศรัทธา ศรัทธาเป็นทรัพย์ คือทรัพย์ภายใน ทานที่ให้ด้วยความศรัทธามาก ก็จะมีผลมากอานิสงส์มาก เพิ่มเป็นเท่าทวีคูณ ในสมัยพุทธกาล มีผู้ให้ทานด้วยศรัทธามากมาย หลายๆท่าน ที่อยู่ในพระสูตร ดังเช่น ทานของของมหาเสนพราหมณ์ผู้ยากจนในกรุงราชคฤห์

 พระศาสดา เมื่อประทับอยู่ในพระเชตวัน ทรงปรารภพระติสสเถระผู้มีปกติอยู่ในป่า ตรัสพระธรรมเทศนานี้ว่า “อญฺญา หิ ลาภูปนิสา” เป็นต้น. เทศนาตั้งขึ้นแล้วในกรุงราชคฤห์.

มหาเสนพราหมณ์ เป็นคนยากจนอาศัยอยู่ในกรุงราชคฤห์ เขาเป็นสหายของวังคันตพราหมณ์บิดาของพระสารีบุตร พระสารีบุตรจึงมักบิณฑบาตไปที่หน้าเรือนเพื่อจะสงเคราะห์เขาบ่อยๆ มหาเสนพราหมณ์เป็นคนมีศรัทธาแต่ไม่มีทรัพย์หรือเครื่องไทยธรรมใดๆ เลย เขาจึงต้องคอยแอบอยู่ในเรือน ตั้งใจว่าวันหน้าถ้ามีเครื่องไทยธรรมดีๆ จึงจะถวายพระเถระ

ต่อมาวันหนึ่ง มหาเสนพราหมณ์ไปในที่บอกลัทธิของพวกพราหมณ์ ได้ข้าวปายาสกลับมาเต็มถาดกับผ้าสาฎกเนื้อหยาบอีกผืนหนึ่ง เมื่อถึงเรือนก็ระลึกถึงพระสารีบุตรว่าเราต้องการถวายไทยธรรมนี้แก่พระเถระ

ในขณะนั้น พระสารีบุตรออกจากฌานสมาบัติ เห็นว่าพราหมณ์ได้ไทยธรรมแล้วและมีศรัทธาจะถวายทาน ท่านจึงห่มผ้าและถือบาตรมายืนอยู่หน้าประตูเรือน

มหาเสนพราหมณ์ เห็นพระเถระมา ปีติและศรัทธาก็เพิ่มทวีคูณ นิมนต์พระสารีบุตรให้เข้ามานั่งในเรือนแล้วนำข้าวปายาสมาถวาย พระสารีบุตรรับข้าวปายาสเพียงครึ่งหนึ่งก็เอามือปิดบาตร มหาเสนพราหมณ์กล่าวว่า “ท่านผู้เจริญ ข้าวปายาสนี้ปริมาณเพียงพอสำหรับคนๆ เดียวเท่านั้น ข้าพเจ้าขอถวายทั้งหมด ขอท่านจงรับเพื่อสงเคราะห์ข้าพเจ้าในปรโลกด้วยเถิด”

อ่านเพิ่มเติม

พระพุทธเจ้าตรัสถึงผลทาน 14 ข้อ ในทักขิณาวิภังคสูตร

budh066a

พระพุทธเจ้าตรัสถึงผลทาน 14 ข้อนี้ในทักขิณาวิภังคสูตร  ดังนี้

1) บุคคลให้ทานในสัตว์เดียรัจฉาน พึงหวังผลทักษิณาได้ร้อยเท่า
2) ให้ทานในปุถุชนผู้ทุศีล พึงหวังผลทักษิณาได้พันเท่า
3) ให้ทานในปุถุชนผู้มีศีล พึงหวังผลทักษิณาได้แสนเท่า
4) ให้ทานในบุคคลภายนอกผู้ปราศจากความกำหนัดในกาม (พวกนักพรตฤาษีต่างๆ) พึงหวังผลทักษิณาได้แสนโกฏิเท่า
5) ให้ทานในท่านผู้ปฏิบัติเพื่อทำโสดาปัตติผลให้แจ้ง พึงหวังผลทักษิณาจนนับไม่ได้จนประมาณไม่ได้
6) จะป่วยกล่าวไปไยสำหรับการให้ทานในพระโสดาบัน(ว่าจะหวังผลได้มากแค่ไหน)
7) ให้ทานในท่านผู้ปฏิบัติเพื่อทำสกทาคามิผลให้แจ้ง
8) ในพระสกทาคามี
9) ในท่านผู้ปฏิบัติเพื่อทำอนาคามิผลให้แจ้ง
10) ในพระอนาคามี
11) ในท่านผู้ปฏิบัติเพื่อทำอรหัตผลให้แจ้ง
12) ในสาวกของตถาคตผู้เป็นพระอรหันต์
13) ในพระปัจเจกสัมพุทธ และ
14) ในตถาคตอรหันตสัมมาสัมพุทธ ฯ

และพระพุทธเจ้าก็ตรัสต่อไปอีกว่า

“ดูกรอานนท์ ทักษิณาที่ถึงแล้วในสงฆ์แม้ในเวลานั้น (ที่มีภิกษุทุศีลในหมู่สงฆ์) เราก็กล่าวว่า มีผลนับไม่ได้ ประมาณไม่ได้ แต่ว่าเราไม่กล่าวปาฏิปุคคลิกทาน (ทานจำเพาะเจาะจงบุคคล) ว่ามีผลมากกว่าทักษิณา (ทานที่ไม่จำเพาะเจาะจงบุคคล) ที่ถึงแล้วในสงฆ์โดยปริยายไรๆ เลย ฯ”

สำหรับเรื่องทานนั้น พระพุทธเจ้าตรัสไว้ใน ทานสูตร  ว่า

“ดูกรภิกษุทั้งหลาย ทาน ๒ อย่างนี้ คือ อามิสทาน ๑ ธรรมทาน ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย บรรดาทาน ๒ อย่างนี้ ธรรมทานเป็นเลิศ”

 ทักขิณาวิภังคสูตร

[๗๐๖] ข้าพเจ้าได้สดับมาอย่างนี้-

             สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ที่พระวิหารนิโครธาราม เขตพระนครกบิลพัสดุ์ ในสักกชนบท สมัยนั้นแล พระนางมหาปชาบดีโคตมีทรงถือผ้าห่มคู่หนึ่ง เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคยังที่ประทับ แล้วถวายอภิวาทพระผู้มีพระภาค ประทับนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง พอประทับนั่งเรียบร้อยแล้ว ได้กราบทูลพระผู้มีพระภาคดังนี้ว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ผ้าใหม่คู่นี้ หม่อมฉันกรอด้าย ทอเอง ตั้งใจอุทิศพระผู้มีพระภาค ขอพระผู้มีพระภาคทรงอาศัยความอนุเคราะห์ โปรดรับผ้าใหม่ทั้งคู่ของหม่อมฉันเถิด ฯ

อ่านเพิ่มเติม

เวลามสูตร ( พูดถึง ลำดับของอานิสงส์)

Kalamasud

[๒๒๔] สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระวิหารเชตวันอารามของท่านอนาถ บิณฑิกเศรษฐี ใกล้พระนครสาวัตถี ครั้งนั้นแล ท่านอนาถบิณฑิกคฤหบดีเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ ถวายบังคมแล้วนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง พระผู้มีพระภาคได้ตรัสถามท่านอนาถบิณฑิกคฤหบดีว่า ดูกรคฤหบดีในตระกูลของท่าน ยังให้ทานอยู่บ้างหรือหนอ ฯ

ท่านอนาถบิณฑิกคฤหบดีกราบทูลว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ในตระกูลของข้าพระองค์ยังให้ทานอยู่ แต่ท่านนั้นเป็นของเศร้าหมอง เป็นปลายข้าว มีน้ำผักดองเป็นที่สอง ฯ

พ. ดูกรคฤหบดี คนให้ทานอันเศร้าหมองหรือประณีตก็ตาม แต่ให้ทานนั้นโดยไม่เคารพ ไม่ทำความนอบน้อมให้ ไม่ให้ด้วยมือตนเอง ให้ของที่เหลือไม่เชื่อกรรมและผลของกรรมให้ทาน ทานนั้นๆ ย่อมบังเกิดผลในตระกูลใดๆในตระกูลนั้นๆ จิตของผู้ให้ทานย่อมไม่น้อมไปเพื่อบริโภคอาหารอย่างดี ย่อมไม่น้อมไปเพื่อบริโภคผ้าอย่างดี ย่อมไม่น้อมไปเพื่อบริโภคยานอย่างดี ย่อมไม่น้อมไปเพื่อบริโภคกามคุณ ๕ อย่างดี แม้บริวารชนของผู้ให้ทานนั้น คือ บุตรภรรยา ทาส คนใช้ คนทำงาน ก็ไม่เชื่อฟัง ไม่เงี่ยหูฟัง ส่งจิตไปที่อื่นเสีย  ข้อนั้นเพราะเหตุไร ทั้งนี้เป็นเพราะผลแห่งกรรมที่ตนกระทำโดยไม่เคารพ ฯ

อ่านเพิ่มเติม

ทานนั้นมีผลมากหรือน้อย

วัตถุทาน

สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัสเอาไว้ว่า แม้วัตถุทานจะบริสุทธิ์ดี เจตนาในการทำทานจะบริสุทธิ์ดี จะทำให้ทานนั้นมีผลมากหรือน้อย ย่อมขึ้นอยู่กับเนื้อนาบุญเป็นลำดับต่อไปนี้ คือ

๑. ทำทานแก่สัตว์เดรัจฉาน แม้จะมากถึง ๑๐๐ ครั้ง ก็ได้บุญน้อยกว่าให้ทานดังกล่าวแก่มนุษย์ แม้จะเป็นมนุษย์ที่ไม่มีศีล ไม่มีธรรมเลยก็ตาม ทั้งนี้เพราะสัตว์ย่อมมีบุญวาสนาบารมีน้อยกว่ามนุษย์ และสัตว์ไม่ใช่เนื้อนาบุญที่ดี

๒. ให้ทานแก่มนุษย์ที่ไม่มีศีล ไม่มีธรรมวินัย แม้จะให้มากถึง ๑๐๐ ครั้ง ก็ยังได้บุญน้อยกว่าให้ทานดังกล่าวแก่ผู้ที่มีศีล ๕ แม้จะให้เพียงครั้งเดียวก็ตาม

๓. ให้ทานแก่ผู้ที่มีศีล ๕ แม้จะมากถึง ๑๐๐ ครั้ง ก็ยังได้บุญน้อยกว่าให้ทานดังกล่าวแก่ผู้มีศีล ๘ แม้จะให้แต่เพียงครั้งเดียวก็ตาม

๔. ให้ทานแก่ผู้ที่มีศีล ๘ แม้จะมากถึง ๑๐๐ ครั้ง ก็ยังได้บุญน้อยกว่าถวายทานแก่ผู้ที่มีศีล ๑๐ คือสามเณรในพระพุทธศาสนา แม้จะได้ถวายทานดังกล่าวแต่เพียงครั้งเดียวก็ตาม

๕. ถวายทานแก่สามเณรซึ่งมีศีล ๑๐ แม้จะมากถึง ๑๐๐ ครั้ง ก็ยังได้บุญน้อยกว่าถวายทานดังกล่าวแก่พระสมมุติสงฆ์ ซึ่งมีศีลปาฏิโมกข์สังวร ๒๒๗ ข้อ

อ่านเพิ่มเติม

ขอเชิญร่วมงานวันลอยกระทง ณ วัดเจ้าอาม เวลา ๒๐.๐๐ น.

ลอยกระทง

ขอเชิญพุทธศาสนิกชนทุกท่าน ได้ร่วมงานลอยกระทง ณ วัดเจ้าอาม

วันที่ ๖  พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๕๗ เวลา ๒๐.๐๐ น.

         เพื่อเป็นการบูชาพระเกศแก้วจุฬามณีบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ เพื่อเป็นการบูชารอยพระพุทธบาทของพระพุทธเจ้า  และลอยกระทงเพื่อเพื่อระลึกถึงบรรพบุรุษที่ล่วงลับ หรือเพื่อสะเดาะเคราะห์/ลอยทุกข์โศกโรคภัยต่างๆ และอธิษฐานขอสิ่งที่ตนปรารถนาไปด้วย

ติดต่อสอบถามได้ที่ 0897866678

ประวัติและความเป็นมาของวันลอยกระทง

         วันลอยกระทง เป็นวันสำคัญวันหนึ่งของชาวไทย ตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12 ตามปฏิทินจันทรคติไทย ตามปฏิทินจันทรคติล้านนา มักจะตกอยู่ในราวเดือนพฤศจิกายน ตามปฏิทินสุริยคติ ประเพณีนี้กำหนดขึ้นเพื่อเป็นการสะเดาะเคราะห์และขอขมาต่อพระแม่คงคา บางหลักฐานเชื่อว่าเป็นการบูชารอยพระพุทธบาทที่ริมฝั่งแม่น้ำนัมทามหานที และบางหลักฐานก็ว่าเป็นการบูชาพระอุปคุตอรหันต์หรือพระมหาสาวก สำหรับประเทศไทยประเพณี ลอยกระทงได้กำหนดจัดในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณที่ติดกับแม่น้ำ ลำคลอง หรือ แหล่งน้ำต่าง ๆ ซึ่งแต่ละพื้นที่ก็จะมีเอกลักษณ์ที่น่าสนใจแตกต่างกันไป

อ่านเพิ่มเติม

อานิสงส์ของการทอดกฐิน

อานิสงส์กฐินทาน57

อานิสงส์ของการทอดกฐิน

อานิสงส์ ของการถวายกฐินแท้จริงแล้ว ก็เหมือนกับการถวายสังฆทานนั่นแล เพียงแต่มีข้อจำกัดหลายอย่าง เช่น จำกัดกาล (ปีหนึ่งถวายได้หนเดียว) จำกัดเวลา (ต้องถวายภายใน ๑ เดือนหลังออกพรรษา) เป็นต้น เรียกว่า ใช้กำลังใจสูงกว่าการถวายผ้าป่าที่ถวายได้ตลอดปี หรือสังฆทานธรรมดานั่นเอง เลยมีอานิสงส์พิเศษ

คำว่า “อานิสงส์กฐิน” ที่อยู่ตอนต้น ก็ควรเขียนว่า “อานิสงส์การถวายกฐิน” ครับ เพราะอานิสงส์กฐินแท้จริงนั้น เกิดแก่พระภิกษุ ดังนี้

๑. เที่ยวไปโดยไม่บอกลา (ออกพรรษา อนุโมทนากฐินแล้ว เที่ยวไม่ยั้งครับ)

๒. จาริกไปไม่ต้องเอาไตรจีวรไปครบชุด (ปกติพระไปไหนต้องพกสังฆาฏิใส่ย่ามไปด้วยครับ)

๓. ฉันคณโภชน์และปรัมปรโภชน์ได้ (อันนี้แปลคร่าว ๆ ว่า ฉันเป็นหมู่คณะได้)

๔. เก็บอดิเรกจีวรได้ตามปรารถนา

๕. จีวรอันเกิดในที่นั้น (ที่ที่จำพรรษา) เธอมีสิทธิที่จะกรานกฐินและได้รับอานิสงส์ ถึงขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๒ และจะได้รับสิทธิพิเศษนี้ไปอีก ๔ เดือน

การทอดกฐินเป็นการถวายผ้าจีวรแด่พระสงฆ์ที่จำพรรษาครบ 3 เดือน งานบุญนี้มีระยะเวลาทำตั้งแต่วันแรม 1 ค่ำ เดือน 11 จนถึงวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12 มูลเหตุที่มีการทำบุญกฐินนั้น มีเรื่องเล่าว่า มีพระภิกษุจำนวนหนึ่งได้เดินทางไปเฝ้าพระพุทธเจ้า ระหว่างการเดินทางนั้นยังเป็นช่วงหน้าฝนและระยะทางไกลจึงทำให้ผ้าจีวรของพระภิกษุเหล่านั้นเปียกน้ำเปรอะเปื้อนโคลนไม่สามารถหาผ้าผลัดเปลี่ยนได้ พระพุทธเจ้าได้เห็นถึงความยากลำบากนั้น จึงมีพุทธบัญญัติให้ภิกษุแสวงหาผ้าและรับผ้ากฐินได้เป็นเวลาหนึ่งเดือนหลังออกพรรษา ชาวบ้านจึงได้จัดผ้าจีวรนำมาถวายพระภิกษุในช่วงเวลาดังกล่าว จนกลายเป็นประเพณีทำบุญกฐินมาจวบจนปัจจุบัน

อ่านเพิ่มเติม

ขอเชิญพุทธศาสนิกชนร่วมทำบุญวันออกพรรษาและตักบาตรเทโวฯ ณ วัดเจ้าอาม 8-9 ต.ค.57

ทำบุญวันออกพรรษา

         เมื่อถึงวันออกพรรษาหรือวันมหาปวารณา พุทธศาสนิกชนทั้งหลายจึงถือเป็นโอกาสอันดีทิ จะเข้าวัดเพื่อบำเพ็ญกุศล แก่พระสงฆ์ที่ตั้งใจจำพรรษาและตั้งใจปฏิบัติธรรมมาตลอดจนครบไตรมาสพรรษากาล ในวันนี้ และวันถัดออกมาจากวันออกพรรษา 1 วัน คือ วันแรม 1 ค่ำ เดือน 11 พุทธศาสนิกชนในประเทศไทยยังนิยมไปทำบุญตักบาตรครั้งใหญ่ ที่เรียกกันว่า ตักบาตรเทโวหรือ ตักบาตรเทโวโรหนะ เพื่อเป็นการรำลึกถึงเหตุการณ์สำคัญในพุทธประวัติสมัยพระพุทธเจ้า ที่ได้กล่าวว่า ในวันถัดวันออกพรรษาหนึ่งวัน พระพุทธเจ้าได้เสด็จลงจากเทวโลกกลับจากการโปรดพระพุทธมารดาบนสวรรค์ชั้น ดาวดึงส์ในพรรษาที่ 7 เพื่อลงมายังเมืองสังกัสสนคร พร้อมกับทรงแสดงโลกวิวรณปาฏิหาริย์เปิดโลกทั้งสามด้วย ทั้งสวรรคโลก โลกมนุษย์ และนรกภูมิ เพื่อเป็นการแสดงธรรมสั่งสอนสัตว์โลกและเทวดาทั้งหลาย ซึ่งการออกพรรษานั้น ถือเป็นข้อปฏิบัติตามพระวินัยสำหรับพระสงฆ์โดยเฉพาะ ที่เรียกกันว่า “วันมหาปวารณา” คำว่า”ปวารณา”แปลว่า “อนุญาต” หรือ “ยอมให้” คือ เป็นวันที่เปิดโอกาสให้พระภิกษุสงฆ์ด้วยกัน ว่ากล่าวตักเตือนกันได้ ในข้อที่ผิดพลั้งล่วงเกินระหว่างที่จำพรรษาอยู่ด้วยกัน  จัดเป็นญัตติ กรรมวาจาสังฆกรรมประเภทหนึ่ง ที่ถูกกำหนดโดยพระวินัยบัญญัติให้โอกาสแก่พระสงฆ์ที่จำพรรษาอยู่ร่วมกันตลอด ไตรมาส  เพื่อสามารถให้พระสงฆ์ที่ถูกตักเตือนมีโอกาสรับรู้ข้อบกพร่องของตนและสามารถ นำข้อบกพร่องไปแก้ไขปรับปรุงตัวให้ดียิ่งขึ้น

11111

         ประเพณีตักบาตรเทโว หลัง วันออกพรรษา หลังวันออกพรรษา 1 วัน คือ แรม 1 ค่ำ เดือน 11 จะมีการ “ตักบาตรเทโว” หรือชื่อเต็มตามคำพระว่า “เทโวโรหนะ” แปลว่า การหยั่งลงจากเทวโลก โดยสามารถเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า “ตักบาตรดาวดึงส์” โดยอาหารที่นิยมนำไปใส่บาตรคือ ข้าวต้มมัด และ ข้าวต้มลูกโยน มีความเป็นมาของประเพณีตักบาตรเทโวดังนี้ครับ ในสมัยพุทธกาล เมื่อองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ตรัสรู้ธรรม และเสด็จขึ้นไปโปรดพระพุทธมารดา ณ สวรรค์ชั้นดาวดึงส์ เป็นเวลา 1 พรรษา และเมื่อออกพรรษาแล้วพระองค์ได้เสด็จกลับยังโลกมนุษย์ ณ เมืองสังกัสนคร การที่พระพุทธองค์เสด็จลงมาจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์นั้น เรียกตามศัพท์ภาษาบาลีว่า “เทโวโรหณะ” ในครั้งนั้นบรรดาพุทธศาสนิกชนผู้ความศรัทธาเลื่อมใส ทราบข่าวว่าองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าต่างพร้อมใจกันไปรอตักบาตรเพื่อ รับเสด็จกันอย่างหนาแน่น จนยึดถือกันเป็นประเพณีตักบาตรเทโวปฏิบัติสืบทอดกันมาจนถึงปัจจุบันนี้โดย พิธีตักบาตรเทโวโรหณะนั้น ในปัจจุบันนั้นจะเริ่มตั้งแต่ตอนรุ่งอรุณ หลัง วันออกพรรษา พระภิกษุสามเณรจะลงทำวัตรในพระอุโบสถ ชาวบ้านก็จะใส่บาตรด้วยอาหารหวาน อาหารคาว ข้าวต้มลูกโยน และข้าวต้มมัดจึงเป็นสัญลักษณ์ของพิธีนี้

        ขอเชิญ พุทธศาสนิกชนร่วมทำบุญวันออกพรรษา ณ วัดเจ้าอาม ในวันที่ 8 ตุลาคม พ.ศ.2557  กำหนดการ ### ในเวลาเช้า เลี้ยงภัตตาหารเช้าพระสงฆ์ จำนวน 25 รูป ในเวลา 8.00 น. และในเวลา 17.00 น. ร่วมสวดมนต์ปฏิบัติธรรม ณ ศาลาการเปรียญวัดเจ้าอาม

         และในวันที่ 9 ตุลาคม พ.ศ.2557 ขอเชิญพุทธศาสนิกชนร่วมตักบาตรเทโว ในเวลา 8.00 น. ณ ลานหน้าวัดเจ้าอาม  และเลี้ยงภัตตาหารเช้าพระสงฆ์ จำนวน 25 รูป

วันแม่แห่งชาติ 12 สิงหาคม พ.ศ.2557

1212121212

วันแม่แห่งชาติ

วันแม่แห่งชาติ 2557

          วันแม่แห่งชาติปี 2557 นี้ตรงกับวันอังคารที่ 12 สิงหาคม พ.ศ.2557 และเป็นปีมหามงคลยิ่งเนื่องจากสมเด็จพระบรมราชินีนารถ ทรงมีพระชนมายุครบ 82 พรรษา

วันแม่แห่งชาติ หรือที่คนไทยทั่วไปนิยมเรียกกันสั้น ๆ ว่า วันแม่ ทุกคนรับทราบและซาบซึ้งกันดี เนื่องจากวันสำคัญนี้ตรงกับวันเฉลิมพระชนมพรรษาของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถคือ วันที่ 12 สิงหาคม อันเป็นวันคล้ายวันเสด็จพระราชสมภพและถือว่าเป็นวันแม่ของชาติด้วย

แต่เดิมนั้น วันแม่ของชาติได้กำหนดเอาไว้วันที่ 15 เมษายนของทุก ๆ ปี ทั้งนี้เป็นไปตามมติของคณะรัฐมนตรีประกาศรับรอง เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2493 ซึ่งได้พิจารณาเห็นว่าการจัดงานวันแม่ของสำนักวัฒนธรรมฝ่ายหญิง สภาวัฒนธรรมแห่งชาติผู้รับมอบหมายให้จัดงาน วันแม่ มาตั้งแต่วันที่ 15 เมษายน พ.ศ.2493 เป็นครั้งแรกเป็นต้นมานั้นได้รับความสำเร็จด้วยดี ด้วยประชาชนให้การสนับสนุนจนสามารถขยายขอบข่ายของงานให้กว้างขวางออกไป มีการจัดพิธีกรรมทางพระพุทธศาสนา การประกวดคำขวัญวันแม่ การประกวดแม่ของชาติ เพื่อให้เกียรติและตระหนักในความสำคัญของแม่ และเพื่อเพิ่มความสำคัญของวันแม่ให้ยิ่ง ๆ ขึ้นไป ด้วยเหตุนี้งานวันแม่จึงเป็นวันแม่ประจำปีของชาติตามประกาศของรัฐบาลฯพณฯ จอมพล ป.พิบูลสงคราม แต่โดยทั่วไปเรียกกันว่าวันแม่ของชาติ

 ต่อมาถึง พ.ศ.2519 ทางราชการได้เปลี่ยนใหม่ให้ถือเอาวันเสด็จพระราชสมภพของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ คือ วันที่ 12 สิงหาคม เป็นวันแม่แห่งชาติ เริ่มในปี พ.ศ.2519 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน

วันแม่แห่งชาติ เป็นวันที่ทางราชการกำหนดในวันที่ 12 สิงหาคม ของทุกปี และถือว่าเป็นวันสำคัญยิ่งของปวงชนชาวไทย โดยกำหนดให้ถือว่า “ดอกมะลิ” สีขาวบริสุทธิ์เป็นสัญลักษณ์ของความดีงามของแม่ผู้ให้กำเนิดแก่เรา

 

ขอพระองค์ ทรงพระเจริญ ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ

ข้าพระพุทธเจ้า คณะกรรมการวัดเจ้าอาม

ขอเชิญร่วมทำบุญวันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษา

ขอเรียนเชิญสาธุชน พุทธบริษัททั้งหลายร่วมทำบุญเนื่องในวันอาสาฬหบูชา

วันที่ ๒๒ กรกฎาคม พุทธศักราช  ๒๕๕๖  ณ  วัดเจ้าอาม แขวงบางขุนนนท์ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร

เนื่อง ในโอกาสคล้ายวันที่พระพุทธเจ้าทรงประกาศพระพุทธศาสนา (แสดงปฐมเทศนาแก่พระปัญจวัคคีย์ ณ ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน) วันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๘ นับเป็นวันที่สำคัญในประวัติศาสตร์แห่งพระพุทธศาสนา คือวันที่พระพุทธองค์ทรงแสดงธรรมเทศนาหรือหลักธรรมที่ทรงตรัสรู้ เป็นครั้งแรกแก่เบญจวัคคีย์ทั้ง ๕ ณ มฤคทายวัน ตำบลอิสิปตนะ เมืองพาราณสี ในชมพูทวีปสมัยโบราณซึ่งปัจจุบันตั้งอยู่ในประเทศอินเดีย ด้วยพระพุทธองค์ทรงเปรียบดังผู้ทรงเป็นธรรมราชา ก็ทรงบันลือธรรมเภรียังล้อแห่งธรรมให้หมุนรุดหน้า เริ่มต้นแผ่ขยายอาณาจักรแห่งธรรม นำความร่มเย็นและความสงบสุขมาให้แก่หมู่ประชา ดังนั้น ธรรมเทศนาที่ทรงแสดงครั้งแรกจึงได้ชื่อว่า ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร แปลว่า พระสูตรแห่งการหมุนวงล้อธรรม หรือพระสูตรแห่งการแผ่ขยายธรรมจักร กล่าวคือดินแดนแห่งธรรม

เพื่อ ถวายเป็นพุทธบูชา และน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า  วัดเจ้าอาม จึงได้จัดให้มีการทำบุญถวายภัตตาหารเช้าพระสงฆ์ สามเณร ฟังธรรม เวลา ๐๘.๐๐ น.เป็นต้นไป และช่วงค่ำจัดให้มีพิธีเวียนเทียนรอบอุโบสถ ฟังธรรมและปฏิบัติธรรม..

– See more at: http://www.watchaoam.com/?p=800#sthash.vo3Ckw0u.dpuf

ขอเรียนเชิญสาธุชน พุทธบริษัททั้งหลายร่วมทำบุญเนื่องในวันอาสาฬหบูชา

วันที่ ๒๒ กรกฎาคม พุทธศักราช  ๒๕๕๖  ณ  วัดเจ้าอาม แขวงบางขุนนนท์ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร

เนื่อง ในโอกาสคล้ายวันที่พระพุทธเจ้าทรงประกาศพระพุทธศาสนา (แสดงปฐมเทศนาแก่พระปัญจวัคคีย์ ณ ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน) วันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๘ นับเป็นวันที่สำคัญในประวัติศาสตร์แห่งพระพุทธศาสนา คือวันที่พระพุทธองค์ทรงแสดงธรรมเทศนาหรือหลักธรรมที่ทรงตรัสรู้ เป็นครั้งแรกแก่เบญจวัคคีย์ทั้ง ๕ ณ มฤคทายวัน ตำบลอิสิปตนะ เมืองพาราณสี ในชมพูทวีปสมัยโบราณซึ่งปัจจุบันตั้งอยู่ในประเทศอินเดีย ด้วยพระพุทธองค์ทรงเปรียบดังผู้ทรงเป็นธรรมราชา ก็ทรงบันลือธรรมเภรียังล้อแห่งธรรมให้หมุนรุดหน้า เริ่มต้นแผ่ขยายอาณาจักรแห่งธรรม นำความร่มเย็นและความสงบสุขมาให้แก่หมู่ประชา ดังนั้น ธรรมเทศนาที่ทรงแสดงครั้งแรกจึงได้ชื่อว่า ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร แปลว่า พระสูตรแห่งการหมุนวงล้อธรรม หรือพระสูตรแห่งการแผ่ขยายธรรมจักร กล่าวคือดินแดนแห่งธรรม

เพื่อ ถวายเป็นพุทธบูชา และน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า  วัดเจ้าอาม จึงได้จัดให้มีการทำบุญถวายภัตตาหารเช้าพระสงฆ์ สามเณร ฟังธรรม เวลา ๐๘.๐๐ น.เป็นต้นไป และช่วงค่ำจัดให้มีพิธีเวียนเทียนรอบอุโบสถ ฟังธรรมและปฏิบัติธรรม..

– See more at: http://www.watchaoam.com/?p=800#sthash.vo3Ckw0u.dpuf

ขอเรียนเชิญสาธุชน พุทธบริษัททั้งหลายร่วมทำบุญเนื่องในวันอาสาฬหบูชา

วันที่ ๒๒ กรกฎาคม พุทธศักราช  ๒๕๕๖  ณ  วัดเจ้าอาม แขวงบางขุนนนท์ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร

เนื่อง ในโอกาสคล้ายวันที่พระพุทธเจ้าทรงประกาศพระพุทธศาสนา (แสดงปฐมเทศนาแก่พระปัญจวัคคีย์ ณ ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน) วันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๘ นับเป็นวันที่สำคัญในประวัติศาสตร์แห่งพระพุทธศาสนา คือวันที่พระพุทธองค์ทรงแสดงธรรมเทศนาหรือหลักธรรมที่ทรงตรัสรู้ เป็นครั้งแรกแก่เบญจวัคคีย์ทั้ง ๕ ณ มฤคทายวัน ตำบลอิสิปตนะ เมืองพาราณสี ในชมพูทวีปสมัยโบราณซึ่งปัจจุบันตั้งอยู่ในประเทศอินเดีย ด้วยพระพุทธองค์ทรงเปรียบดังผู้ทรงเป็นธรรมราชา ก็ทรงบันลือธรรมเภรียังล้อแห่งธรรมให้หมุนรุดหน้า เริ่มต้นแผ่ขยายอาณาจักรแห่งธรรม นำความร่มเย็นและความสงบสุขมาให้แก่หมู่ประชา ดังนั้น ธรรมเทศนาที่ทรงแสดงครั้งแรกจึงได้ชื่อว่า ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร แปลว่า พระสูตรแห่งการหมุนวงล้อธรรม หรือพระสูตรแห่งการแผ่ขยายธรรมจักร กล่าวคือดินแดนแห่งธรรม

เพื่อ ถวายเป็นพุทธบูชา และน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า  วัดเจ้าอาม จึงได้จัดให้มีการทำบุญถวายภัตตาหารเช้าพระสงฆ์ สามเณร ฟังธรรม เวลา ๐๘.๐๐ น.เป็นต้นไป และช่วงค่ำจัดให้มีพิธีเวียนเทียนรอบอุโบสถ ฟังธรรมและปฏิบัติธรรม..

– See more at: http://www.watchaoam.com/?p=800#sthash.vo3Ckw0u.dpuf

ขอเรียนเชิญสาธุชน พุทธบริษัททั้งหลายร่วมทำบุญ

เนื่องในวันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษา

วันที่ 11-12 กรกฎาคม พุทธศักราช  2557 

ณ  วัดเจ้าอาม แขวงบางขุนนนท์ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร

arsaraha1 khaopansa1web


เนื่องในโอกาสคล้ายวันที่พระพุทธเจ้าทรงประกาศพระพุทธศาสนา (แสดงปฐมเทศนาแก่พระปัญจวัคคีย์ ณ ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน) วันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๘ นับเป็นวันที่สำคัญในประวัติศาสตร์แห่งพระพุทธศาสนา คือวันที่พระพุทธองค์ทรงแสดงธรรมเทศนาหรือหลักธรรมที่ทรงตรัสรู้ เป็นครั้งแรกแก่เบญจวัคคีย์ทั้ง ๕ ณ มฤคทายวัน ตำบลอิสิปตนะ เมืองพาราณสี ในชมพูทวีปสมัยโบราณซึ่งปัจจุบันตั้งอยู่ในประเทศอินเดีย ด้วยพระพุทธองค์ทรงเปรียบดังผู้ทรงเป็นธรรมราชา ก็ทรงบันลือธรรมเภรียังล้อแห่งธรรมให้หมุนรุดหน้า เริ่มต้นแผ่ขยายอาณาจักรแห่งธรรม นำความร่มเย็นและความสงบสุขมาให้แก่หมู่ประชา ดังนั้น ธรรมเทศนาที่ทรงแสดงครั้งแรกจึงได้ชื่อว่า ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร แปลว่า พระสูตรแห่งการหมุนวงล้อธรรม หรือพระสูตรแห่งการแผ่ขยายธรรมจักร กล่าวคือดินแดนแห่งธรรม
เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา และน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า  วัดเจ้าอาม จึงได้จัดให้มีการทำบุญถวายภัตตาหารเช้าพระสงฆ์ สามเณร ฟังธรรม เวลา ๐๘.๐๐ น.เป็นต้นไป และช่วงค่ำจัดให้มีพิธีเวียนเทียนรอบอุโบสถ ฟังธรรมและปฏิบัติธรรม..

 

อ่านเพิ่มเติม