มีนาคม 2015
อา พฤ
« ก.พ.    
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031  

กำหนดการ

กำหนดการวันมาฆบูชา ณ วัดเจ้าอาม

วันพุธที่ ๔ มีนาคม พ.ศ.๒๕๕๘

พิธีภาคเช้า ถวายภัตตาหารเช้าแด่พระสงฆ์ทั้งวัด ณ ศาลาการเปรียญ วัดเจ้าอาม

08.00 น.

เริ่มพิธีตักบาตรถวายภัตตาหารเช้าแด่พระสงฆ์ทั้งวัด

08.15 น.

พระสงฆ์ทั้งวัดเจริญพระพุทธมนต์

08.20 น.

พระสงฆ์ฉันภัตตาหาร / ฟังพระธรรมเทศนา 1 กัณฑ์ โดยพระครูนิวิฐสาธุวัตร เจ้าอาวาสวัดเจ้าอาม

09.30 น.

รับพรจากพระสงฆ์ทั้งวัด / เสร็จพิธี /รับประทานอาหารร่วมกัน

 

พิธีภาคค่ำ พิธีเวียนประทักษิณ / จุดมาฆประทีป 

เวียนเทียนรอบอุโบสถ-พระปรางค์พระบรมสารีริกธาตุ-วิหารหลวงพ่อโตศักดิ์สิทธิ์ วัดเจ้าอาม

17.00 น.

สาธุชนพร้อมบริเวณศูนย์กลางพิธี/ไหว้พระสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์

18.00 น

เริ่มพิธีฟังพระธรรมเทศนา 1 กัณฑ์ โดยหลวงพ่อพระครูนิวิฐสาธุวัตร   รองเจ้าคณะเขตบางกอกน้อย   เจ้าอาวาสวัดเจ้าอาม

19.00 น.

เริ่มพิธีเวียนเทียนรอบอุโบสถ-พระปรางค์พระบรมสารีริกธาตุ-วิหารหลวงพ่อโตศักดิ์สิทธิ์ วัดเจ้าอาม

สาธุชนผู้มีบุญ เดินทางกลับโดยสวัสดิภาพ

 

ขอเรียนเชิญสาธุชน พุทธบริษัททั้งหลายร่วมทำบุญเนื่องในวันมาฆบูชา

33_20140207190503.

ขอเรียนเชิญสาธุชน พุทธบริษัททั้งหลายร่วมทำบุญเนื่องในวันมาฆบูชา

วันพุธที่  ๔  มีนาคม พุทธศักราช  ๒๕๕๗  ณ  วัดเจ้าอาม แขวงบางขุนนนท์ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร

เนื่องด้วย วันมาฆบูชาเป็นวันที่พระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงประทานพระโอวาทสำคัญอัน ถือได้ว่าเป็นหัวใจของคำสอนในพระพุทธศาสนา คือ โอวาทปาฏิโมกข์ ในวันเพ็ญ (ขึ้น ๑๕ ค่ำ) เดือนสาม ดวงจันทร์โคจรมาเสวยมาฆฤกษ์ เหตุการณ์ดังกล่าวนี้เกิดขึ้นที่ พระเวฬุวัน เมืองราชคฤห์ รัฐมคธ ในปีแรกของการตรัสรู้ของพระพุทธองค์
เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา และน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า  วัดเจ้าอาม จึงได้จัดให้มีการทำบุญถวายภัตตาหารเช้าพระสงฆ์ สามเณร ฟังธรรม เวลา ๐๘.๐๐ น.เป็นต้นไป และช่วงค่ำจัดให้มีพิธีเวียนเทียนรอบอุโบสถ ฟังธรรมและปฏิบัติธรรม..

วันมาฆบูชา

img09

        วันมาฆบูชาเป็นวันที่พระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงประทานพระโอวาทสำคัญอันถือได้ว่าเป็นหัวใจของคำสอนในพระพุทธศาสนา คือ โอวาทปาฏิโมกข์ ในวันเพ็ญ (ขึ้น ๑๕ ค่ำ) เดือนสาม ดวงจันทร์โคจรมาเสวยมาฆฤกษ์ แต่ถ้าปีใดมี อธิกมาส คือ เดือนแปดสองแปด วันมาฆบูชาก็จะเลื่อนไปเป็นวันเพ็ญกลางเดือนสี่ เหตุการณ์ดังกล่าวนี้เกิดขึ้นที่ พระเวฬุวัน เมืองราชคฤห์ รัฐมคธ ในปีแรกของการตรัสรู้ของพระพุทธองค์ คือ หลังจากตรัสรู้แล้วได้ ๙ เดือน    ความประจวบกันพอดีของเหตุการณ์ในวันนี้ซึ่งนับว่าเป็นเรื่องที่อัศจรรย์ มีสี่ประการคือ
        ประการแรก  เป็นการมาชุมนุมกันของพระสงฆ์สาวก จำนวน ๑,๒๕๐ รูป เพื่อเฝ้าพระบรมศาสดา โดยมิได้นัดหมาย
        ประการที่สอง  พระสงฆ์สาวกดังกล่าวล้วนแต่เป็นพระอรหันต์ทั้งสิ้น
        ประการที่สาม  พระสงฆ์สาวกดังกล่าวล้วนแต่ได้รับการอุปสมบทจากพระพุทธเจ้าด้วยวิธี เอหิภิกขุอุปสัมปทา
        ประการที่สี่   วันนั้นดวงจันทร์เพ็ญเสวยมาฆฤกษ์เต็มบริบูรณ์

อ่านเพิ่มเติม

ประวัติวันตรุษจีน

pfv01

1484677_862365893806747_2633491379815580096_n

วันตรุษจีน หรือ เทศกาลฤดูใบไม้ผลิขึ้นปีเพาะปลูกใหม่ และยังรู้จักกันในนาม วันขึ้นปีใหม่ของชาวจีนเทศกาลนี้ เริ่มต้นใน วันที่ 1 เดือน 1 ของปีตามจันทรคติ และสิ้นสุดในวันที่ 15 (ปี 2558 นี้ ตรงกับวันที่ 19 กุมภาพันธ์) ซึ่งจะเป็นเทศกาลโคมไฟคืนก่อน วันตรุษจีน ในวันตรุษจีนจะมีการเฉลิมฉลองทั่วโลก โดยเฉพาะชุมชนเชื้อสายจีนขนาดใหญ่ และนับเป็นช่วงวันหยุดช่วงสำคัญช่วงหนึ่งของชาวจีน สำหรับวิธีเฉลิมฉลองตรุษจีนนั้นแตกต่างกันไปตามท้องถิ่น
ประวัติวันตรุษจีน

อ่านเพิ่มเติม

ขอเชิญร่วมทำบุญอายุวัฒนมงคล ครบ ๗๘ ปี พระครูนิวิฐสาธุวัตร เจ้าอาวาสวัดเจ้าอาม

123

ขอเชิญทุกท่านร่วมทำบุญอายุวัฒนมงคล ครบ ๗๘ ปี

พระครูนิวิฐสาธุวัตร รองเจ้าคณะเขตบางกอกน้อย เจ้าอาวาสวัดเจ้าอาม

ในวันอังคารที่ ๙ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๕๗ เวลา ๗.๓๐ น. เป็นต้นไป

ติดต่อสอบถามได้ที่ โทร ๐๘๙-๗๘๖-๖๖๗๘, ๐-๒๔๓๕-๐๙๙๑

วันพ่อ วันพ่อแห่งชาติ

Father1

ประวัติวันพ่อแห่งชาติ

วันที่ 5 ธันวาคม ของทุกปีเป็น “วันพ่อแห่งชาติ” วันคล้ายวันพระราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งความเป็นมาของวันสำคัญนี้ คือ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงพระราชสมภพเมื่อ วันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2470 ณ โรงพยาบาล เมาท์ ออเบิร์น นครบอสตัน สหรัฐอเมริกา โดยนายแพทย์วิทท์มอร์ เป็นผู้ถวายการประสูติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯขึ้นเถลิงถวัลย์ราชสมบัติเป็นรัชกาลที่ 9 แห่งบรมจักรีวงศ์ กรุงรัตนโกสินทร์

อ่านเพิ่มเติม

ตำนานพระปริตร-ยิ่งเจริญ ยิ่งมีพลัง ยิ่งมีอานุภาพ

 55_14

         โดยทั่วไปพุทธศาสนิกชนมักทำบุญ โดยนิมนต์พระสงฆ์มาสวดสาธยายบทพระพุทธมนต์ในพิธีมงคล หรือพิธีที่จัดขึ้นเพื่อความสุขความเจริญ เป็นสิริมงคลแก่การดำเนินชีวิตในวาระต่างๆ ซึ่งมักจะเรียกรวมกันว่าพิธีเจริญพระพุทธมนต์

คำว่า “พระพุทธมนต์” หมายถึง พระพุทธพจน์อันเป็นพระธรรมคำสั่งสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่มีปรากฏในพระไตรปิฏกบ้าง เป็นคำที่แต่งขึ้นมาภายหลังบ้าง

โดยถือกันว่าพระพุทธมนต์เป็นคำศักดิ์สิทธิ์ สามารถปัดป้องอันตรายต่างๆ ได้ จึงเรียกอีกอย่างว่า “พระปริตร”

คำว่า “ปริตร” มีความหมายว่า คุ้มครองรักษา หรือเครื่องคุ้มครองป้องกัน ซึ่งบทพระพุทธมนต์ที่นิยมว่าศักดิ์สิทธิ์ เท่าที่ปรากฏรวบรวมไว้มี ๗ บท จึงเรียกว่า เจ็ดตำนาน

การสวดพระปริตรหรือเจ็ดตำนานนี้ เกิดขึ้นครั้งแรกในประเทศลังกา ราว พ.ศ. ๕๐๐ ด้วยว่าชาวลังกาที่นับถือพุทธศาสนาในขณะนั้น ประสงค์ให้พระสงฆ์ช่วยเหลือตนให้เกิดสิริมงคล และป้องกันภยันตรายต่างๆ ด้วยการสวดมนต์
และคาถาตามแบบอย่างพราหมณ์ ซึ่งมีความเชื่อว่าผู้ทรงเวทจะทำให้เกิดสิริมงคล และป้องกันภยันตรายแก่มหาชนได้

ด้วยเหตุนี้ พระสงฆ์ลังกาจึงได้คิดวิธีสวดพระปริตรขึ้น โดยเลือกเอาพระสูตรหรือคาถาที่สรรเสริญคุณพระรัตนตรัย อันเกิดขึ้นเนื่องด้วยเหตุการณ์ต่างๆ มาสวดเป็นมนต์

โดยการสวดครั้งแรกๆก็ขึ้นกับเหตุการณ์ที่ไปสวด เช่น ไปสวดพิธีมงคลก็ใช้มงคลสูตรสวดให้คนเจ็บป่วยก็ใช้โพชฌงคสูตร ครั้นคนนิยมมากขึ้นก็คิดค้นพระสูตรต่างๆ มาสวดเป็นพระปริตรมากขึ้นเป็นลำดับ

ต่อมาพระเจ้าแผ่นดินประเทศลังกา ก็ได้รับสั่งให้คณะสงฆ์ปรับปรุงพระสูตร และคาถาที่ใช้สวดพระปริตรขึ้นใหม่ให้เหมาะกับเหตุการณ์ เพื่อใช้ในพระราชพิธีหลวงโดยได้เพิ่มพระสูตรและคาถาให้มากขึ้น และเรียกว่า “ราชปริตร” แปลว่า มนต์คุ้มครองพระเจ้าแผ่นดิน

ต่อมาประชาชนต่างก็นิยมให้มีการสวดพระปริตรในพิธีของตนบ้าง จึงเกิดเป็นประเพณีสืบต่อกันมาจนปัจจุบัน

อ่านเพิ่มเติม

เรื่อง อายุวัฒนะกุมาร (อานิสงส์ต่ออายุ) ทำให้มีอายุยืน

images

เรื่องอายุวัฒนกุมาร

               พระศาสดา เมื่อทรงอาศัยทีฆลัมพิกนคร ประทับอยู่ ณ กุฎีในป่า ทรงปรารภกุมารผู้อายุยืน ตรัสพระธรรมเทศนานี้ว่า “อภิวาทนสีลิสฺส” เป็นต้น.

               พราหมณ์ ๒ สหายออกบวช               
               ได้ยินว่า พราหมณ์ ๒ คนชาวทีฆลัมพิกนคร บวชในลัทธิภายนอก บำเพ็ญตบะสิ้นกาล ๔๘ ปี. บรรดาพราหมณ์ ๒ คนนั้น คนหนึ่งคิดว่า “ประเพณีของเราจักเสื่อมเสีย, เราจักสึก” ดังนี้แล้ว จึงขายบริขารตบะที่ตนทำไว้แก่คนเหล่าอื่น ได้ภรรยาพร้อมด้วยโค ๑๐๐ ตัวและทรัพย์ ๑๐๐ กหาปณะ ให้ตั้งไว้เป็นกองทุน. ครั้งนั้น ภรรยาของเขาคลอดเด็ก.
               ส่วนสหายของเขานอกจากนี้ไปสู่ต่างถิ่นแล้ว ก็กลับมาสู่นครนั้นอีกนั่นแล. เขาได้ยินความที่สหายนั้นมา จึงได้พาบุตรและภรรยาไปเพื่อต้องการเยี่ยมสหาย, ครั้นถึงแล้วให้บุตรในมือของมารดาแล้วก็ไหว้เองก่อน. แม้มารดาให้บุตรในมือของบิดาแล้วก็ไหว้. สหายนั้นกล่าวว่า “ขอท่านจงเป็นผู้มีอายุยืน” แต่เมื่อมารดาบิดาให้บุตรไหว้แล้ว สหายนั้นได้นิ่งเสีย.

อ่านเพิ่มเติม

เรื่อง โชติกะเศรษฐี

345435

เรื่องโชติกะเศรษฐี

               พระศาสดา เมื่อประทับอยู่ในพระเวฬุวัน ทรงปรารภพระโชติกเถระ ตรัสพระธรรมเทศนานี้ว่า “โยธ ตณฺหํ” เป็นต้น

               ในอดีตกาล กุฎุมพี ๒ คนพี่น้องในกรุงพาราณสี ยังชนให้ทำไร่อ้อยไว้เป็นอันมาก. ต่อมาวันหนึ่ง น้องชายไปยังไร่อ้อย คิดว่า “เราจักให้อ้อยลำหนึ่งแก่พี่ชาย ลำหนึ่งจักเป็นของเรา” แล้วผูกลำอ้อยทั้งสองลำในที่ๆ ตัดแล้ว เพื่อต้องการไม่ให้รสไหลออก ถือเอาแล้ว.

               ก็ในเวลาที่เขาถือเอาลำอ้อยจากไร่เดินมา พระปัจเจกพุทธเจ้าที่ภูเขาคันธมาทน์ออกจากสมาบัติแล้ว ใคร่ครวญว่า “วันนี้ เราจักทำการอนุเคราะห์แก่ใครหนอแล?” เห็นเขาเข้าไปในข่าย คือญาณของตน และทราบความที่เขาเป็นผู้สามารถเพื่อจะทำการสงเคราะห์ได้ จึงถือบาตรและจีวรแล้ว มาด้วยฤทธิ์ ได้ยืนอยู่ข้างหน้าของเขา.

 

น้องชายถวายอ้อยแก่พระปัจเจกพุทธเจ้า              

               เขาพอเห็นพระปัจเจกพุทธเจ้านั้น ก็มีจิตเลื่อมใส จึงลาดผ้าห่มบนภูมิประเทศที่สูงกว่า แล้วนิมนต์ให้พระปัจเจกพุทธเจ้านั่ง ด้วยคำว่า “นิมนต์นั่งที่นี้ ขอรับ” แล้วก็กล่าวว่า “ขอท่านจงน้อมบาตรมาเถิด” ได้แก้ที่ผูกลำอ้อย วางไว้เบื้องบนบาตร. รสไหลลงเต็มบาตรแล้ว.

               เมื่อพระปัจเจกพุทธเจ้าดื่มรส (อ้อย) นั้นแล้ว เขาคิดว่า “ดีจริง พระผู้เป็นเจ้าของเราดื่มรส (อ้อย) แล้ว, ถ้าพี่ชายของเราจักให้นำมูลค่ามา เราก็จักให้มูลค่า; ถ้าจักให้เรานำส่วนบุญมา เราก็จักให้ส่วนบุญ” แล้วกล่าวว่า “นิมนต์ท่านน้อมบาตรเข้ามาเถิด ขอรับ” แล้วได้แก้ลำอ้อยแม้ที่ ๒ ถวายรส.

               นัยว่า เขามิได้มีความคิดที่จะลวงแม้มีประมาณเท่านี้ว่า “พี่ชายของเราจักนำอ้อยลำอื่นจากไร่อ้อยมาเคี้ยวกิน” ส่วนพระปัจเจกพุทธเจ้าเป็นผู้ใคร่จะแบ่งรสอ้อยนั้นกับด้วยพระปัจเจกพุทธเจ้าเหล่าอื่น เพราะความที่ตนดื่มรสอ้อยลำแรกนั้น จึงรับไว้เท่านั้น แล้วก็นั่งอยู่.

               เขาทราบอาการของท่านแล้ว จึงไหว้ด้วยเบญจางคประดิษฐ์ ตั้งความปรารถนาว่า “ท่านขอรับ รสอันเลิศนี้ใดที่กระผมถวายแล้ว ด้วยผลแห่งรสอันเลิศนี้ กระผมพึงเสวยสมบัติในเทวโลกและมนุษยโลก ในที่สุดพึงบรรลุธรรมที่ท่านบรรลุแล้วนั่นแล.”

               แม้พระปัจเจกพุทธเจ้าก็กล่าวว่า “ขอความปรารถนาที่ท่านตั้งไว้แล้ว จงสำเร็จอย่างนั้น” แล้วทำอนุโมทนาแก่เขาด้วย ๒ คาถาว่า “อิจฺฉิตํ ปตฺถิตํ ตุยฺหํ” เป็นต้น แล้วก็อธิษฐานโดยประการที่เขาจะเห็นได้ แล้วเหาะไปสู่เขาคันธมาทน์โดยทางอากาศ แล้วได้ถวายรส (อ้อย) แก่พระปัจเจกพุทธเจ้า ๕๐๐ รูป.

               เขาเห็นปาฏิหาริย์นั้นแล้ว ไปสู่สำนักพี่ชาย เมื่อพี่ชายถามว่า “เจ้าไปไหน?” จึงบอกว่า “ฉันไปตรวจดูไร่อ้อย” ถูกพี่ชายกล่าวว่า “จะมีประโยชน์อะไรด้วยคนอย่างเจ้าไปไร่อ้อย เจ้าควรจะถือเอาลำอ้อยมา ๑ ลำหรือ ๒ ลำมิใช่หรือ?” กล่าวว่า “พี่ ถูกละ ฉันถือเอาอ้อยมา ๒ ลำ แต่ฉันเห็นพระปัจเจกพุทธเจ้าองค์หนึ่ง จึงถวายรสแต่ลำอ้อยของฉัน แล้วถวายรสแต่ลำอ้อยแม้ของพี่ ด้วยคิดว่า ‘เราจักให้มูลค่าหรือส่วนบุญ’ พี่จักรับเอามูลค่าอ้อยนั้น หรือจักรับเอาส่วนบุญ?”

               พี่ชาย. ก็พระปัจเจกพุทธเจ้า ทำอะไร?

               น้องชาย. ท่านดื่มรสจากลำอ้อยของฉันแล้ว ก็ถือเอารสจากลำอ้อยของพี่ ไปสู่เขาคันธมาทน์โดยอากาศ แล้วได้ให้แก่พระปัจเจกพุทธเจ้า ๕๐๐ รูป.

 

พี่ชายเลื่อมใสขออนุโมทนาส่วนบุญ              

               พี่ชายนั้น เมื่อเขากำลังกล่าวอยู่นั้นแหละ, เป็นผู้มีสรีระอันปีติถูกต้องแล้ว หาระหว่างมิได้ ได้ทำความปรารถนาว่า “การบรรลุธรรมที่พระปัจเจกพุทธเจ้านั้นเห็นแล้วนั่นแหละ พึงมีแก่เรา.”

               น้องชายปรารถนาสมบัติ ๓ อย่าง ส่วนพี่ชายปรารถนาพระอรหัตด้วยประการฉะนี้.

               นี้เป็นบุรพกรรมของชนทั้งสองนั้น.

 

อ่านเพิ่มเติม